สัตว์ (ประหลาด) จากต่างแดน รอบปี 2009

This slideshow requires JavaScript.

สัตว์ (ประหลาด) จากต่างแดน รอบปี 2009

สัตว์ (ประหลาด) จากต่างแดน รอบปี 2009 (ไทยรัฐ)

เกิดเรื่องราวมากมายจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งน่ายินดีและยินร้าย ไม่เว้นแม้กระทั่งสัตว์นานาชนิด ที่ทำให้มนุษย์ อย่างเรา ๆ อดอมยิ้ม หรือ ฮือฮา จากเรื่องราวของพวกมันไปไม่ได้ ไทยรัฐออนไลน์ได้นำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดจากเพื่อนต่างสายพันธุ์หลายข่าว ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา จึงหยิบยกเรื่องเด่นมาเล่าอีกครั้ง…

งูยักษ์ 140 ปี

นับเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อคนงานชาวจีนขุดดิน ถางป่า ปรับพื้นที่เพื่อสร้างถนนสายใหม่ แต่ต้องตะลึงเมื่อพบงูยักษ์ขนาดมหึมา ยาวกว่า 16.7 เมตร หนักกว่า 300กิโลกรัม คาดอายุมากถึง 140 ปี ที่เมืองกูผิง มณฑลเจียงซีทั้งนี้ภาพของงูยักษ์ตัวดังกล่าวถูก ถ่ายภาพเก็บไว้ และเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี่ของจีน อีกทั้งถูกโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต จนเป็นที่ฮือฮาจากบรรดานักท่องเว็บ

กะพรุนยักษ์ โนมูระ

ออกจากป่า หนีงูยักษ์ลงทะเล เรือหาปลา ไดซัง ชินโชมารุ ถูกแมงกะพรุนยักษ์ “โนมูระ” คว่ำจนจม ส่วนลูกเรืออีก 3 คนตกลงในทะเล โดยแมงกะพรุนยักษ์บางตัวมีน้ำหนักมากถึง 200 กิโลกรัม และยาวกว่า 1.8 เมตร เลยทีเดียว

ทั้งนี้ แมงกะพรุน “โนมูระ” ขึ้นชื่อเรื่องการก่อความเสียหายในน่านน้ำญี่ปุ่น เพราะสัตว์พวกนี้มักจะทำลายแหจับปลาทำให้ปลาในแหติดพิษ เป็นอันตรายต่อผู้คน หรือแม้กระทั่งทำให้สถานีพลังงานนิวเคลียร์ใช้การไม่ได้เพราะตัวของมันไป ขวางท่อทำความเย็นของเครื่องปฏิกรณ์ฯ

เนสซี ล็อคเนส

เป็นที่ฮือฮาไม่แพ้กัน เมื่อกูเกิลเอิร์ธ ภาพถ่ายดาวเทียม 3 มิติ สามารถจับภาพ “เนสซี” สัตว์ประหลาดลึกลับในตำนานได้ที่ทะเลสาบล็อคเนส ของสกอตแลนด์ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเป็นตัวจริงเสียงจริงหรือ ไม่ เมื่อปี 2476 กระแสสัตว์ประหลาดเนสซี ทำให้ผู้คนทั่วโลกให้ความจับจ้อง เนื่องจากมีบุคคลอ้างว่าพบเห็นเนสซี่และสามารถถ่ายภาพไว้ได้ แต่ในที่สุดสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเพียงการต้มตุ๋นหลอกลวง จากนั้นเป็นต้นมามีข่าวลือว่า มีผู้พบเห็นสัตว์ประหลาดแห่งทะเลสาบล็อคเนสอยู่เป็นระยะ ๆ

เจ้าของกลิ่นแก๊สรั่ว

เกิดเหตุวุ่นวายที่เมืองวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุจากชาวบ้านบริเวณดังกล่าว ว่าได้กลิ่นเหม็นคลุ้ง ซึ่งอาจเกิดการรั่วไหลของแก๊ส เพียงไม่นานเจ้าหน้าที่ก็รีบรุดไปถึงสถานที่เกิดเหตุเพื่อเข้าควบคุม สถานการณ์ แต่ต้องโอละพ่อ เมื่อพบหมูตัวใหญ่ น้ำหนักราว 150 กิโลกรัม จึงทราบว่า ที่มาของแก๊สรั่วชมีต้นตอมาจากหมูท้องอืดตัวดังกล่าว ที่ผายลมโชว์ทั้งกลิ่น และเสียงให้เจ้าหน้าที่ได้สูดดมกันเต็มรัก

ควายฉลาด!?

ชาวนาจากเมืองจีน และภรรยา ถกเถียงกันตลอดระยะเวลา 5 ปี โดยผลัดกันโยนความผิดให้ฝ่ายตรงข้ามว่าใครเป็นคนลืมปิดไฟ แต่เมื่อสืบดูพบว่า คู่กรณีที่เปิดปิดไฟตลอดช่วงกลางดึกเป็นควายที่เลี้ยงไว้ใช้ฟันดัน สวิสไฟให้เปิดเมื่อตื่นมากินหญ้าแห้งและน้ำในช่วงกลางดึก จากนั้นจึงใช้ฟันดันให้ไฟดับ และล้มตัวลงนอนตามเดิม ?!

ฝนลูกอ๊อด

มึนตึ้บ! ชาวบ้านและนักวิทยาศาสตร์ในดินแดน “อาทิตย์อุทัย” ประเทศญี่ปุ่น ถึงขั้นเหว๋อ เมื่อวสันตฤดูปีนี้พระพิรุณบันดาลลูกอ๊อดลงมากับสายฝนและร่วงหล่นลงมาติด อยู่บนกระจกและหลังคารถยนต์ แม้นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ปรากฏการณ์ที่ สัตว์จำพวกกบและปลาอาจมากับสายฝนได้ เพราะลมกระโชกแรงหรือพายุ หมุนหอบขึ้นบนเวหาแล้วตกลงมา แต่อุตุนิยมวิทยาท้องถิ่นยืนยันว่า ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่มีลมพายุรุนแรงใด ๆ เลย

แม่กระรอกสู้สุดใจ

เหตุการณ์ต่อมาเกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ เมื่อลูกกระรอกตัวเล็กพลัดตกจากรังบนต้นไม้แต่โชคร้ายเมื่อสุนัขสีดำตัว ใหญ่บังเอิญพบเห็นเข้าพอดี ทั้งนี้ สุนัขตัวดังกล่าวอาจประสงค์หยอกล้อเล่น หรือมุ่งทำร้ายก็ไม่อาจทราบได้ แต่แม่กระรอกรีบตามลูกน้อยลงมาจากต้นไม้เพื่อปกป้องตามสัญชาตญาณความเป็นแม่ โดยกระโจนเข้ากัดด้านข้างลำตัวของสุนัขอย่างไม่ลังเลหรือเกรงกลัวต่อขนาด ตัวที่ต่างกันมาก การต่อสู้ดังกล่าวส่งผลให้ลูกกระรอกพร้อมแม่ ปีนหนีกลับขึ้นบนต้นไม้ได้อย่างปลอดภัย ทิ้งให้สุนัขตัวดังกล่าวนั่งงง มองทั้ง 2 ตัว ปีนขึ้นต้นไม้แล้วหายลับตาไป

ลูกไทกอน

สวนสัตว์เซินเจิ้น ประเทศจีน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมลูกครึ่งเสือสิงโต ฝาแฝด หรือ “ไทกอน” ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อัตราการเกิดลูกผสมระหว่างเสือกับสิงโตนั้น มีโอกาสเพียง 1 ใน 5 แสนเท่านั้น

ฉลามแหว่ง

ขณะที่ออสซี่ขวัญผวา เมื่อฉลามขาวตัวยาวร่วม 3 เมตร ว่ายมาติดตาข่ายดักฉลาม ที่หาดบริสเบน แต่ตามลำตัวนั้นมีบาดแผลฉกรรจ์ จนน่าเป็นประหลาดใจว่า ฉลามขาวตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร

แพนด้าสีน้ำตาล

ทีมนักวิจัยจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน พบหมีแพนด้าขนสีน้ำตาล ซึ่งเป็นสีที่หาพบได้ยากมาก และเมื่อโตขึ้นลายจุดจะเด่นชัดเช่นเดียวกับแพนด้าสีดำตัวอื่น ๆ เพียงแต่บริเวณดังกล่าวจะเป็นสีน้ำตาล ด้านนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่า เพราะเหตุใดแพนด้าบางตัวจึงมีขนสีน้ำตาล โดยลูกแพนด้าตัวดังกล่าวนับเป็นตัวที่ 15 ที่พบว่ามีขนสีน้ำตาล สำหรับแพนด้าตัวแรกที่พบว่ามีสีผิดแปลกไปนั้น พบครั้งแรกเมื่อปี 2528

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
เเละขอขอบคุณเว็บกระปุก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s